ที่ตั้ง : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

ฤดูกาลท่องเที่ยว : เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ของทุกปี

ม่อนจอง ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ เป็นเพียงเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ที่มีความอุดมสมบูรณ์และสวยงามควรค่าแก่การออกเดินทางไปเยือนสักครั้ง

ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ และใช้ระยะเวลาในการเดินขึ้นเขาและตั้งแคมป์เพียง 2 วัน 1 คืน จึงทำให้ม่อนจองเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว และนัทคิดว่าที่นี่คงเป็นภูเขาที่เป็นรักแรกของใครหลายหลายคน  เนื่องด้วยเดินขึ้นง่าย แต่ความสวยงามเกินบรรยายด้วยถ้อยคำและภาพถ่าย

 

 A must

  • หัวสิงห์ เป็นสัญลักษณ์ของดอยม่อนจอง หากมาแล้วไม่ถึงตรงนี้ ก็คงต้องมาซ้ำกันหน่อยแล้ว
  • ทุ่งหญ้าสีทอง เป็นทุ่งกว้างบางคนเรียกสนามกอล์ฟช้าง บ้างก็เรียกทุ่งเทเลทับบีส์ จะเห็นเป็นสีทองอย่างนี้ต้องไปช่วงปลายฤดูกาล (ประมาณปลายมกราคม – กุมภาพันธ์)
  • เนินหมาหอบ แม้ทางเดินส่วนใหญ่จะเป็นทางราบแต่จะมีช่วงที่ชันมาก เรียกกันว่าเนินหมาหอบ ซึ่งก็หอบจริงจริง . . 
  • แสงเย็นที่ม่อนจอง สวยงามไม่แพ้ที่ใดใด แสงอาทิตย์ตกกระทบทุ่งหญ้า เบื้องหน้าเป็นภูเขา วิวสีทองสาดส่องไปทั่วทุกพื้นที่
  • ภูผาช่อ อยู่ระหว่างทาง ก่อนถึงเนินหมาหอบ เมื่อขึ้นไปข้างบน จะมองเห็นวิว  360 องศาเลยทีเดียว

 

การเดินทาง

  • กทม- อำเภออมก๋อย โดยรถตู้
  • ศูนย์ท่องเที่ยวอมก๋อย – จุดเริ่มเดิน โดยรถโฟร์วีล ประมาณ 16 กม.

  • จุดเริ่มเดิน – จุดตั้งแคมป์ ประมาณ 4 กม. (ใช้ระยะเวลา 2-3 ชั่วโมง)
  • จุดตั้งแคมป์ – หัวสิงห์ ประมาณ 2 กม.

หากใครยังไหว จากหัวสิงห์สามารถเดินขึ้นไปจุดสูงสุดดอยม่อนจอง ไปเจดีย์ และหัวลิงต่อได้อีก ตอนที่นัทไปถึงหัวสิงห์ เห็นพระอาทิตย์เกือบจะตกดิน แต่คิดว่าไหนไหนก็มาถึงแล้ว น่าจะไปต่อทัน เลยชวนพี่ปิงปอง เพื่อนร่วมทริปที่ได้รู้จักกันระหว่างเดินขึ้นเขา รีบวิ่งต่อไปที่เจดีย์ และหัวลิง ซึ่งก็ทันอาทิตย์ตกพอดี ตรงเจดีย์คือสวยมาก เห็นวิวเป็นมุมกว้าง และเส้นขอบฟ้าสวยมากจริงๆ แต่กว่าจะวิ่งย้อนกลับมาถึงหัวสิงห์ อาทิตย์ก็ตกดิน มืดไปหมด ฉะนั้นห้ามลืมพกไฟฉายไปด้วยเด็ดขาด

ค่าใช้จ่าย

  • ค่าเหมารถตู้ กทม.-เชียงใหม่ 2,000 บาท/วัน
  • ค่าเหมารถโฟร์วีลไปจุดเริ่มเดิน 3,000 บาท/10คน
  • ค่าเจ้าหน้าที่ –
  • ค่าลูกหาบ 300 บาท/วัน (ปกติจะใช้ 2 วัน) โดยลูกหาบแต่ละคนจะหาบไม่เกิน 20 กก.
  • ค่าอาหาร (มากน้อยตามสะดวก)

รวม ประมาณ 1,700 บาท/คน

ม่อนจองเป็นเหมือนรักแรกของนัท หากไม่นับภูกระดึง ที่นี่ก็คือภูเขาลูกแรกที่ได้มาเยือน ด้วยการเดินขึ้นเขาเพียงไม่กี่ชั่วโมง แลกกับวิวอลังการ ทำให้นัทหลงรักที่นี่ได้ง่ายๆ และตั้งใจไว้ว่าจะกลับไปหา “ม่อนจอง” ทุกปี

อาจด้วยครั้งนี้นัทไม่ได้รู้จักเพื่อนร่วมทริปทุกคน มันจึงเหมือนการได้เริ่มต้นทำความรู้จักเพื่อนใหม่ มันไม่ได้น่ากลัว โหดร้าย แต่กลับให้ความรู้สึกที่ดีมาก การได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ มองเห็น เข้าใจความรู้สึก มุมมอง ทัศนคติของคนอื่นๆ มันเหมือนเราได้เติบโตขึ้น ได้มองเห็นโลกของเราใบเดิม ในมุมมองใหม่ที่ต่างไปจากเดิม

” จงออกเดินทาง ไปสร้างประสบการณ์กับโลกใบนี้ ในทุกๆครั้ง ที่มีโอกาส ” นี่คือสิ่งที่นัทได้เรียนรู้จากม่อนจอง . .

Pin It on Pinterest

Share This